Last updated: 10 ก.พ. 2569 | 63 จำนวนผู้เข้าชม |
“ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกไม่อยากไปทำงาน…ทั้งที่งานก็ไม่ได้แย่ เงินเดือนก็ยังเข้า”
ถ้าคุณกำลังมีความรู้สึกแบบนี้บ่อยขึ้น พี่อยากให้คุณหยุดแล้วถามตัวเองจริง ๆ ว่า
หรือถึงเวลาที่คุณควร ‘เปลี่ยนงาน’ แล้ว?
การเปลี่ยนงานไม่ใช่ความล้มเหลว
แต่การทนอยู่กับงานที่ไม่ตอบโจทย์ โดยไม่รู้ตัวต่างหาก ที่ค่อย ๆ ทำให้ศักยภาพของคุณหายไป
มาเช็ก 3 สัญญาณสำคัญ
ที่บอกชัดมากว่า ปีนี้คุณควรเริ่มมองหางานใหม่ได้แล้ว
สัญญาณที่ 1: คุณทำงานเก่งขึ้น แต่ชีวิตไม่ดีขึ้นเลย
คุณทำงานได้คล่องขึ้น
แก้ปัญหาได้เร็วขึ้น
รับผิดชอบมากขึ้น
แต่…
เงินเดือนไม่ขยับ
ตำแหน่งไม่เปลี่ยน
บทบาทยังเหมือนเดิม
ถ้าคุณกำลังอยู่ในจุดที่
“องค์กรได้ประโยชน์จากคุณมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่คุณไม่ได้อะไรเพิ่ม”
นั่นไม่ใช่ความภักดี
แต่มันคือ เพดานการเติบโตที่เริ่มชัดแล้ว
สัญญาณที่ 2: งานไม่พาคุณไปไหนต่อ
ลองถามตัวเองตรง ๆ ว่า
ถ้าอีก 2–3 ปี คุณยังทำงานแบบนี้อยู่ คุณจะเก่งขึ้นไหม?
ถ้างานที่คุณทำตอนนี้
-ไม่ได้เพิ่มสกิลใหม่
-ไม่ได้เปิดมุมมอง
-ไม่ได้ต่อยอดอนาคต
คุณอาจกำลัง “ทำงานเพื่ออยู่รอด”
ไม่ใช่ “ทำงานเพื่อเติบโต”
และในตลาดงานวันนี้
คนที่หยุดพัฒนา = คนที่ถูกแทนที่เร็วที่สุด
สัญญาณที่ 3: คุณเริ่มหมดแรง แม้ไม่ได้ทำงานหนักกว่าเดิม
นี่คือสัญญาณที่หลายคนมองข้าม
คุณไม่ได้เหนื่อยเพราะงานเยอะ
แต่เหนื่อยเพราะ ใจไม่ไปต่อ
งานเดิมที่เคยสนุก กลายเป็นภาระ ไม่อยากเสนอไอเดีย ทำงานแบบ “ให้ผ่านไปวัน ๆ”
ถ้าคุณเริ่มคิดว่า “ทำไปก็เท่านั้น”
นั่นคือสัญญาณของ Quiet Burnout
ซึ่งอันตรายกว่าการเหนื่อยล้าแบบเห็นชัด ๆ
แล้วถ้าเห็นสัญญาณเหล่านี้ ควรทำยังไง?
การเปลี่ยนงานไม่จำเป็นต้องลาออกทันที
แต่ควรเริ่ม “เตรียมตัวอย่างมีสติ”
✔ อัปเดตเรซูเม่ให้สะท้อนผลงานจริง
✔ เช็กตลาดว่าโปรไฟล์คุณมีมูลค่าแค่ไหน
✔ อัปเดต LinkedIn ให้ Recruiter เจอ
✔ สมัครงานเชิงเลือก ไม่ใช่สมัครเพราะหนี
งานที่ดี ไม่ใช่งานที่ทำให้คุณทนได้
แต่คือ งานที่ทำให้คุณโตขึ้น โดยไม่ต้องเสียตัวตน
ถ้าคุณกำลังลังเล
เริ่มจากเตรียมตัวก่อนตัดสินใจ
เพราะการเปลี่ยนงานที่ดี
ไม่ใช่การหนี
แต่คือการเลือกอนาคตของตัวเอง
26 ม.ค. 2569
21 ก.พ. 2569