Last updated: 16 พ.ค. 2569 | 5 จำนวนผู้เข้าชม |
พื้นที่ในเรซูเม่มีจำกัด... จะเสียเวลาใส่ว่า "ชอบฟังเพลง ดูหนัง" ไปทำไม ในเมื่อ HR อ่านแล้วไม่ได้รู้สึกว่าคุณ "ทำงานเก่ง" ขึ้นมาเลยสักนิด!
รู้ไหมว่า... หนึ่งในส่วนที่ไร้ประโยชน์ที่สุดในเรซูเม่ของคนส่วนใหญ่คือหัวข้อ "งานอดิเรก" (Hobbies) หลายคนใส่ไปเพียงเพราะเห็นคนอื่นใส่ หรืออยากให้ดูเป็นคนมีไลฟ์สไตล์ แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ HR มีเวลาอ่านโปรไฟล์คุณแค่ไม่กี่วินาที! การที่คุณบอกว่าชอบฟังเพลง นอนหลับ หรือไปคาเฟ่ มันคือการเบียดบังพื้นที่ทองคำที่คุณควรจะใช้โชว์ "กึ๋น" และทำให้คุณดูเป็นผู้สมัครระดับทั่วไปที่ไม่มีจุดเด่นอะไรเลย
ถ้าไม่อยากให้เรซูเม่ของคุณดู "เด็กน้อย" ในสายตามืออาชีพ ถึงเวลาโละงานอดิเรกที่ไร้ความหมายทิ้ง แล้วเปลี่ยนมาใช้ 3 กลยุทธ์การเลือกงานอดิเรกที่ช่วยอัปค่าตัวและโชว์ทักษะที่ซ่อนอยู่!
1. เลือกงานอดิเรกที่สะท้อน "Soft Skills" ในงาน
ถ้าคุณสมัครงานสายบริหารทีม แทนที่จะบอกว่าชอบอ่านหนังสือ ให้เปลี่ยนเป็น "ชอบอ่านหนังสือจิตวิทยาและการบริหารคน" หรือถ้าสมัครสายไอที ให้ใส่ว่า "ชอบประกอบคอมพิวเตอร์หรือศึกษา Gadget ใหม่ๆ" สิ่งนี้จะตะโกนบอก HR ว่าคุณมีความหลงใหลในสายงานนั้นจริงๆ แม้ในเวลาว่าง
2. โชว์ "วินัยและความมุ่งมั่น" ผ่านกิจกรรมที่ทำ
งานอดิเรกอย่าง "การวิ่งมาราธอน" หรือ "การปีนเขา" ไม่ได้บอกแค่ว่าคุณแข็งแรง แต่มันบอกว่าคุณเป็นคนมีความอดทนสูง มีวินัย และไม่ล้มเลิกอะไรง่ายๆ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่บริษัทระดับโลกตามหาในตัวพนักงานทุกคน
3. เปลี่ยนงานอดิเรกให้เป็น "ผลงาน" (Side Project)
แทนที่จะบอกว่าชอบถ่ายรูปเฉยๆ ให้ระบุว่า "รับจ้างถ่ายภาพพอร์ตเทรตและจัดการคิวงานด้วยตัวเอง" นี่คือการโชว์ว่าคุณมีหัวการค้า มีทักษะการจัดการ และมีความคิดสร้างสรรค์ที่จับต้องได้มากกว่าแค่ตัวหนังสือลอยๆ
จำไว้ว่า... ทุกบรรทัดในเรซูเม่ต้องมี "เป้าหมาย" งานอดิเรกไม่ใช่ประวัติส่วนตัว แต่มันคือการตลาดอย่างหนึ่ง ถ้าสิ่งที่คุณใส่ไปไม่ช่วยให้คุณดู "น่าจ้าง" มากขึ้น ก็จงลบมันทิ้งซะ แล้วเอาพื้นที่ไปใส่ความสำเร็จที่ทำเงินให้คุณได้จริงๆ ดีกว่า!
11 พ.ค. 2569